Friday, November 20, 2009

พ่อสนั่น complex คนไข้สุดยาก

พ่อสนั่น complex

ต้องสู้ ต้องสู้ จึงจะชนะ

พ่อสนั่น เป็นผู้ป่วย ที่ ผมห่วงมากที่สุด

แต่ไปเยียวยาแกได้น้อยที่สุด

HFcase

เนื่องจาก บ้านแก อยู่ไกล ประมาณ 17 กม. จาก รพ.

(ผมขับมอไซด์ไปเอง)

พ่อสนั่น แก มีโรคมากมาย

ได้แก่ เบาหวาน ไตวาย เกาต์ หัวใจล้มเหลว

บ้านที่แกอยู่ สัญญาณ มือถือไม่ค่อยดี

รถมอไซต์ เจ้าราเซตตัวด ี ผมก็เก่ามาก ตั้งแต่ปี 2537 โน่น

เงินเดือนผม ก็แทบไม่พอใช้

ขับรถมอไซด์ไปดี ไฟหน้ารถ ไม่ค่อยดี ก็ ดับบ่อยๆ

ไปเยี่ยม คนไข้ โอที ไม่เคยได้ 555 หวังว่า งบใหม่

ตุลาคม 52 จะได้โอที

จะได้ มีเงิน ผ่อนมอเตอร์ไซด์ครับ

เี๋ดี๋ยวมาเล่าต่อครับ...

ปัญหาของพ่อสนั่นก็คือ

  1. ความดันโลหิตสูง มักสูงกว่า 160/90 เสมอ

  2. น้ำตาลในเลือดสูง โดย หากไม่อดอาหารน้ำตาล อาจสูงถึง 300 มก./ดล.

  3. มีปวดเกาต์ บ่อยๆ ทำให้ได้ยาแก้ปวด ที่มีข้อห้ามใช้ในผู้ป่วยไตวาย

ช่วงต้นเดือน พย. 52 พ่อสนั่นป่วยหนัก ต้องส่ง รพศ.ขอนแก่น

หมอบอกให้กลับไปตา่ยบ้าน งานศพญาติก็เตรียมแล้ว แต่เดชะบุญพ่อสนั่น ไม่ตาย

ร่างกายกลับฟื้นตัวด้วยซ้ำ

หมวดหมู่: การแพทย์ สุขภาพ สุขภาวะ
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ส. 07 พ.ย. 2552 @ 06:13 แก้ไข: จ. 16 พ.ย. 2552 @ 22:40

ความเห็น

1.
P
โรจน์
เมื่อ ส. 07 พ.ย. 2552 @ 07:00
#1659255 [ ลบ ]

สวัสดีครับ

ขอให้กำลังใจคนทำความดีครับ

ขอรวม blog นี้ไว้ใน "รัก primary care"

ยินดีที่ได้รู้จักครับ

2.
P
นาง...มณีวรรณ
เมื่อ ส. 07 พ.ย. 2552 @ 07:08
#1659264 [ ลบ ]

ต้องสู้จริงๆด้วยล่ะ ทั้งเจ้าหน้าที่ทั้งคนไข้

ขอเป็นกำลังใจคนที่ทำงานด้วยใจค่ะ

3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 08 พ.ย. 2552 @ 20:23
#1662474 [ ลบ ]

ขอบคุณทุกท่าน ที่ให้กำลังใจ

4.
P
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เมื่อ อา. 08 พ.ย. 2552 @ 22:21
#1662785 [ ลบ ]
  • มาให้กำลังใจค่ะ
  • มีคำตอบสำหรับเรื่องที่ไปหยอดคำถามไว้ให้แล้ว
  • อยู่ในเรื่องเล่า 4 บันทึกควันหลงค่ะ
  • เผื่อจะช่วยคนไข้ที่มีปัญหาได้
5.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 08 พ.ย. 2552 @ 22:26
#1662801 [ ลบ ]

ติดตาม งาน ผ่านอนุทินได้ครับ จะมา อัพทุกวัน 555

6.
P
บุษรา
เมื่อ จ. 09 พ.ย. 2552 @ 21:09
#1664796 [ ลบ ]
  • สวัสดีค่ะ
  • เป็นกำลังใจให้คนทำงานด้วยหัวใจของผู้ให้อย่างแท้จริง
  • ขอบคุณสำหรับบันทึกดี ๆ ที่นำมาแบ่งปัน
  • ขอบคุณค่ะ
7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 13 พ.ย. 2552 @ 22:00
#1673554 [ ลบ ]

พ่อสนั่น เป็น เคสยาก พรุ่งนี้ ผมจะไปปัวแกแล้วครับ เป็นกำลังใจให้ผมด้วยครับพี่น้อง

8.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 14 พ.ย. 2552 @ 20:34
#1674799 [ ลบ ]

ดีใจ สุดๆ ไปเยียมคนไข้ แล้วคนไข้อาการดี ขึ้น ลุกเดินไหว ทำงานได้

แม้ BP+DTX จะสูงนืิดๆ ก็ตามที ดีใจ ดีใจ 555

9.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 17:58
#1680591 [ ลบ ]

ไป วันเสาร์ พบว่า ยาขาดบางรายการ วันอาทิตย์ เอายามาให้ ไม่เจอ พ่อสนั่น เจอแต่ ภรรยา พ่อสนั่น อยาก ไป อบรมมะนาวมากครับ

Monday, November 16, 2009

ยายทองยอดนักสู้

การจ่ายยา แบบเภสัชกรแกะดำแห่งอุบลรัตน์ ตอนที่ 1
ข้อมูล ผู้ป่วย เป็น สิ่งสำคัญ ที่ ต้องรู้ให้ได้
จ่ายยาแบบเภสัชกรแกะดำแห่งอุบลรัตน์
ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม1
สำหรับเภสัชกรห้าวๆ อย่างผม ไม่ยอม ทำตัวตามกรอบ ทำตามระบบเก่าๆ ที่เรียกว่า สาธารณสุข แบบโชว์ห่วยซึ่งก็คือ ระบบจ่ายยาแล้วไล่กลับบ้าน โดยที่เภสัชกรจ่ายยาแล้ว โบกมือลาคนไข้ แล้วรอว่านัดครั้งหน้า ค่อยเจอกัน(ถ้าคนไข้ไม่ตายไปเสียก่อน) ผมจะไม่ทำอะไรแบบนั้นเด็ดขาด คนไข้ทุกรายที่มารับยาที่ห้องยาอุบลรัตน์ ต้องนำเวชระเบียนมาด้วย ผมจะได้ดูประวัติคนไข้ให้ดีก่อนจ่ายยา ไม่ใช่จ่ายยาตามใบสั่งแพทย์ แนะนำการใช้ยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งบางครั้งแพทย์ก็ผิดพลาดได้เช่นกัน แต่ถ้าเภสัชกร ไม่รู้ประวัติคนไข้เลย จะจ่ายยาอย่างมีคุณภาพได้อย่างไร มีเหตุการณ์ ที่เป็นจุดเปลี่ยน อยู่สองครั้งก็คือ ณ วัน หนึ่ง ที่ OPD คนไข้มากมาย เหนื่อย เครียดเพราะ ในเวลาแค่ 210 นาที ผมต้องจ่ายยาให้คนไข้ถึง 135 คน

เหตุการณ์แรก แพทย์สั่งยา Kayexalate 45 ml OD (ยานี้เป็นยาใช้ขับโปรแตสเซี่ยม ปกติมีหน่วยเป็นกรัม) ผมเลยกลับไปถามแพทย์ว่า เขียนผิดหรือเปล่า ไม่ใช่ สั่ง Kayexalate 45 กรัม เหรอครับ แพทย์ก็บอกว่าเอ่อ ผมก็จะสั่ง potassium elixir 45 ml OD * 7 days แต่เบลอๆ เลยเขียนผิดเป็น Kayexalate แทน ผมเหลือบไปดู เวชระเบียนพบว่าผลการเจาะเลือดค่า K คือ 1.91 อ้าว โอ้พระเจ้ายอร์ช สั่งยาแบบนี้ ไอ้หวังตายแน่ครับ เพราะคนไข้มีระดับ potassium ต่ำมากอย่างน่าเกลียดอยู่แล้ว หากไปสั่งยาลด potassium อีก คนไข้ได้ไปทำใบมรณะบัตร แน่นอนครับ คนไข้ ระดับ potassium ต่ำมาก แพทย์เบลอสั่งยาขับ potassium ไปอีก ห้องยาได้แค่ใบสั่งยา ไม่รู้ผลตรวจค่า potassium ในเลือด จ่ายยยาไป คนไข้ตายจะทำอย่างไร

เหตุการณ์ที่สอง เกิดจากระบบตรวจเบาหวานแนวใหม่ คนไข้ ต้องมารวมกลุ่มกัน ทุก 6เดือน แพทย์จะตรวจคนไข้ ในห้องเดียวกับเภสัชกร คนไข้ก็จะถือใบสั่งยาพร้อมเวชระเบียนมา รับยาที่เภสัชกรได้เลย เภสัชกรกับแพทย์ ก็จะได้เห็นการทำงานของกันและกัน ว่าเป็นอย่างไร บังเอิญมีคนไข้เบาหวานรายหนึ่ง มารับยากับผม หน้าตาแกดูหมองกระดำกระด่าง ผมเลยตรวจที่หนังตาคนไข้ พบว่าคนไข้ซีดมากจนน่าสงสาร ซีดจนไม่มีเลือดฝาดเลย ผมชักเอะใจพลิกกลับไปดู คนไข้มีค่า Serum creatinine = 4.43 mg/dL แต่แพทย์เผลอสั่ง ยา gliben metformin enalapril ซึ่งยา เหล่านั้น ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคไตวาย เมื่อพบดังนั้นผมเลยแจ้งแพทย์ แพทย์ก็เลยให้คนไข้นอนโรงพยาบาล เพื่อปรับการรักษาใหม่หมด เนื่องจากคนไข้เกิดภาวะไตวายรุนแรงแล้ว ผมคิดย้อนหลัง หากคนไข้รายนี้ ได้ยาเดิมกลับไป คนไข้จะเป็นอย่างไรหนอ (ไอ้หวังตายแน่)

จากเหตุการณ์ทั้งสอง ผมจึงได้ไปโวยวาย หัวหน้า OPD แบบรุนแรงใหญ่โตว่า คนไข้ทุกรายที่มาห้องยาให้นำเวชระเบียนมาด้วย ห้ามดึงออก ส่งมาแต่ใบสั่งยา เรียกว่าครั้งนั้นทะเลาะกันแรงมาก เถียงกันหลายชั่วโมง จนใครๆ ที่ คิดอะไรตื้นๆ เข้าใจว่าผมนอตหลุด ตบะแตก เลยคุมอารมณ์ไม่ได้ ไปทะเลาะกับคนอื่น ที่ผมแกล้งโวยวายรุนแรงไปนั้นเกิดจาก ผมเสนอ เรื่องนี้ ตามระบบ ตามขั้น ตอน มา 3 ปีกว่าแล้ว เข้าที่ประชุมนับสิบครั้ง เวชระเบียนก็ไม่มาห้องยาเสียที ลองวิธีหยาบๆ ดู โวยวายรุนแรงดู แถมขู่อีกว่า หากเวชระเบียนไม่มา ผมจะไม่ยอมจ่ายยาให้คนไข้(ประท้วงคล้ายพนักงานรถไฟเลยครับ) ได้ผลครับครับ อีก 1 เดือนถัดมา เวชระเบียน ก็ถูกส่งมาห้องยาแบบไม่เต็มใจ เรื่อยมาจนถึงบัดนี้ ซึ่งผมก็คัดกรองปัญหาทางคลินิก ได้หลายร้อยปัญหาในเวลาเพียงปีเศษๆ และได้ช่วยชีวิตคนไข้ไว้หลายคนจากการสั่งยาและการรักษาที่ผิดพลาด เอวังเรื่องราวก็จบลงไป ด้วยประการละฉะนี้ สาธุ



1เป็นเภสัชกร ที่ โรงพยาบาลอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น รักงาน ดูแลผู้ป่วย และงานปฐมภูมิ 086-6317372 frxbaby@gmail.com
หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
คำสำคัญ: km patient care บทความ เภสัชกร
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อ. 17 พ.ย. 2552 @ 07:18 แก้ไข: อ. 17 พ.ย. 2552 @ 07:18
ความเห็น
1.
P
JJ
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 07:25
#1679451 [ ลบ ]

มาให้กำลังใจ แกะดำ สร้างสรรค์ไทย ครับ


2.
P
JJ
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 07:26
#1679452 [ ลบ ]

มาให้กำลังใจ แกะดำ สรรค์สร้างไทย ครับ


3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 07:31
#1679456 [ ลบ ]

ไม่ว่า ใครจะเก่งแค่ไหนก็ผิดพลาดได้ครับ

ไม่ใช่แต่แพทย์

ผมเองก็ทำงานผิดพลาดบ้าง ทุกวัน ที่ไปทำงาน

ครับผม 555
4.
P
นู๋ฏวง
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 08:07
#1679490 [ ลบ ]

*-* สวัสดีค่ะ พี่ศุภรักษ์

เป็นกำลังใจให้คนทำงานค่ะ บางครั้งสิ่งที่เรียกว่าระบบ และขั้นตอน(ที่สุภาพ)

อาจทำให้เราได้งานที่ไม่ต้องการ บางครั้งนู๋ฎวงก็ใช้วิธีแบบนี้เหมือนกัน

เพื่อให้ได้งานที่ต้องการมา แต่ก็ถูกมองว่า...เ-ถื่-อ-น (แต่ก็ไม่สน)

กำลังจะทำงาน asthma clinic (ขอ on top ของ สปสช.) ขอเรียนปรึกษาด้วยนะคะ
5.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 17 พ.ย. 2552 @ 11:29
#1679800 [ ลบ ]

ขอบคุณ

นู๋ฏวง

ที่ให้กำลังใจครับ

Saturday, August 1, 2009

ฉันทนาที่รัก 2 จบ

ผมจึงไปพูดคุยกับอังสนาอยู่หลายครั้ง เธอก็ได้แต่บอกว่าหมอไม่เซ็นต์ให้ ซึ่งความจริงมันผิด แพทย์เซ็นต์รับรองให้นานแล้ว ผมจึงได้ไปคุยกับเพื่อนของอังสนาแทนซึ่งเป็นคนงานในโรงพยาบาลให้เข้าใจว่า อังสนาขาดหลักฐานอะไรเนื่องจากดูเหมือนว่าผมจะคุยกับเธอไม่รู้เรื่อง ในตอนนั้นผมจึงได้เข้าใจว่า นี่หรือคือระบบราชการหากเอกสารไม่ครบ ขั้นตอนไม่ถูกต้อง รับรองไม่มีทางได้ฟอกไตแน่นอน และการที่ให้ชาวบ้านในชนบทไปยื่นเอกสารต่างๆ ที่ยุ่งยากและซับซ้อน มันเกินกำลังชาวบ้านเกินไป ระบบราชการมันซับซ้อน มันแข็งกระด้างเกินไป เกินกว่าที่สาวฉันทนาบ้านๆคนหนึ่งจะเข้าใจมันได้ ในที่สุดกว่า 3 เดือนที่ผมยื่นเรื่องขอสิทธิการฟอกไต สำนักงานประกันสังคมก็รับเรื่องเสียที และบอกผมว่ารออีกอย่างน้อย 3 เดือนจึงจะรู้ผล ซึ่งมันานเหลือเกินสำหรับผุ้ป่วยไตวายระยะสุดท้าย ผมจึงแนะนำให้ผู้ป่วยไปฟอกไตที่โรงพยาบาลขอนแก่น โดยยอมจ่ายเงิน หากไม่มีเงินให้มาหาผมผมจะตามไปจ่ายเงินให้ ถึงตอนนั้นผมจะมีเงินเดือน แต่ก็รู้ๆกันอยู่ ว่าข้าราชการส่วนใหญ่มีรายได้แบบชักหน้าไม่ถึงหลังก็ตามที ผมมีบัตรเครดิตผมพอจ่ายด้วยบัตรได้ ผมคิดว่าเอาน่าช่วยชีวิตคน นายศุภรักษ์นายสู้หน่อยสิ

ในที่สุดอังสนาก็ได้ฟอกไต 2 ครั้ง พออาการดีขึ้นเงินหมด ก็กลับมานอนพักรักษาตัวที่บ้านผมรู้เข้าโวยวายยกใหญ่ว่า น่าจะฟอกไตต่อ ค่าใช้จ่ายผมรับผิดชอบเอง อังสนาบอกว่าไม่เอาดีกว่า ไม่อยากรบกวนคุณหมอ เห็นคุณหมอขี่รถมอเตอร์ไซด์เก่าๆ รถเก๋งโทรมๆ คุณหมอคงเดือนร้อนหากต้องออกเงินให้หนูอีก หนูจะรอวันที่ประกันสังคมเรียกหนูไปฟอกไตฟรี หนูรอมาแล้วเกือบปี รออีกสามสี่เดือนจะเป็นไรไป ผมกังวลใจไม่หาย กลัวว่าอังสนาจะรอไม่ไหว ในช่วงนั้นอังสนาได้ เข้าๆออกๆ โรงพยาบาลอุบลรัตน์บ่อยๆ ผมก็มักจะให้เงินแม่เธอนิดๆ หน่อยๆ เสมอพอช่วยเป็นค่ารถให้เธอบ้าง ตามกำลังทรัพย์ที่ผมมีอยู่มันเป็นเงินไม่มาก แต่มากด้วยน้ำใจทุกครั้งที่ให้เงินพวกเธอ ผมเห็นรอยน้ำตาและการยกมือไหว้ ผมรู้สึกอยากจะช่วยพวกเธอให้มากกว่านี้ ผมเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อย เป็นแค่เภสัชกรธรรมดาคนหนึ่ง ผมคิดหากผมมีอำนาจมากกว่านี้ ร่ำรวยกว่านี้ผมคงช่วยเธอได้มากกว่านี้ ผมคิดในใจอยู่นาน ความกังวัลในใจผมมีอยู่มากมาย บางคืนผมต้องนอนฝันร้ายฝันว่าอังสนาตาย ผมจึงได้ไปเยี่ยมถามข่าวที่บ้านอังสนา และโทรถามเป็นบางครั้งว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้างแทบทุกวัน บ้านของอังสนานั้นเป็นบ้านสองชั้นทำด้วยไม้ขนาดไม่เล็กอยู่ภายในหมู่บ้านโคกสว่าง ในบ้านมีทีวีสีขนาด 21 นิ้วและเครื่องเล่นวีซีดี ในบ้านเธออยู่กับพ่อ แม่ น้องสาวและหลานเล็กๆ อีกสองคน ดูจากบ้านอังสนาไม่ถือว่ายากจนนัก แต่ก็ไม่ร่ำรวยพอจะฟอกไตด้วยเงินของเธอเองแน่ แม่ของเธอบอกกับผมว่าอังสนาเป็นเด็กขี้โรค ต้องป่วยเข้าโรงพยาบาลอยู่เสมอๆ แต่ก็เป็นคนขยันและสู้งานมาก แม้เรียนมาน้อยแต่ก็ขยันทำงาน มาช่วง 2 ปีหลังจึงได้ป่วยและเป็นโรคไตวาย ตอนนั้นผมคิด ตอนนั้น ตอนที่เธอเริ่มไตวาย ผมไปอยู่ที่ไหนทำไมไม่เห็นความทุกข์ยากของเธอเลย ผมน่าจะมาเร็วกว่านี้

ในตอนนั้นผมคิดว่าผมคงไม่รออยู่เฉยๆแน่ ผมพยายามติดต่อหาทางช่วยเหลืออังสนา ไม่ว่าจะเป็น ติดต่อทางช่อง 3 ทางบริษัททีวีบูรพา แต่ดูเหมือนช่องทางเหล่านั้น มันช่างลางเลือนเหลือเกิน แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ พยายามต่อไป และวันนั้นข่าวร้ายก็ได้มาถึงผม อังสนาอาการทรุดหนัก ต้องส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลขอนแก่น จากการสอบถามพยาบาลพบว่าเส้นเลือดที่ผ่าตัดที่คอสำหรับฟอกไตหลุดออก ทำให้คนไข้เสียเลือดเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นอีก 3 วัน รถจากโรงพยาบาลขอนแก่น ก็ส่งตัวผู้ป่วยกับบ้าน โดยไม่ได้พาแม่อังสนามาด้วย แต่พาเฉพาะผู้ป่วยมาส่งถึงบ้าน พอถึงบ้านได้ไม่นานอังสนาเธอก็สิ้นใจตาย เธอรอไม่ไหว ภาวะไตวายระยะสุดท้ายมันทรมานเหลือเกิน พอรู้เรื่องหัวใจผมมันหมดแรง ตายอีกแล้วผู้ป่วยไตวายตายอีกคนแล้ว นี่นายศุภรักษ์นายช่างไม่ได้เรื่องจริงๆเลย นายแย่มาก นายห่วยมาก แต่อย่างไรก็ตามผมพอจะตั้งสติได้ แม้ผู้ป่วยตายแล้ว หน้าที่ของผมก็ยังไม่จบ ผมต้องไปงานศพอังสนา ไปร่ำลาเธอเป็นครั้งสุดท้าย ศพของอัสนาถูกนำไปวัดและไม่รอสวดศพนาน ตั้งศพคืนเดียวก็เผาเลย ในงานศพของเธอมีคนในหมู่บ้านมาร่วมงานเกืบร้อยคน ทุกคนเห็นว่าเธอไปสบายแล้ว ในงานดูจะมีผมคนเดียวที่ทำใจลำบากที่อังสนาต้องตาย เพราะเธอตายเพราะอุบัติเหตุ จุกปิดเส้นเลือดสำหรับฟอกไตมันหลุดก็เลยเสียเลือดมาก เป็นสาเหตุสำคัญที่เธอเสียชีวิต ผมน่าจะเจอเธอเร็วกว่านี้ ดูแลใกล้ชิดกว่านี้ ผมน่าจะให้เธอนอนโรงพยาบาล ผมน่าจะ......มากมาย ในงานศพของเธอชาวบ้าน ออกมาต้อนรับผมอย่างยิ่งใหญ่ ออกมาต้อนรับผมในฐานะตัวแทนของโรงพยาบาล จริงๆ แล้วไม่มีใครสั่งให้ผมมางานศพหรอก ผมโดดงานโรงพยาบาลมางานศพของเธอก็เท่านั้นเอง ป่านนี้เจ้าหน้าที่ทั้งฝ่ายคงบ่นว่าหัวหน้าฝ่ายเภสัชหายหัวไปไหนอีกแล้ว วันนั้นผมเศร้าใจมากเกินกว่าจะพูดจากับใคร ผมกลับไปบ้านอังสนาอีกครั้งและยื่นเรื่องขอเงินกรณีเสียชีวิต จากสำนักงานประกันสังคมซึ่งผมยื่นเรื่องแบบนี้จนชำนาญแล้ว ซึ่งเงินที่ได้มากพอจะจ่ายหนี้ต่างๆ ทั้งหมดของครอบครัวเธอได้

หลังจากจ่ายค่าจัดงานศพ และมีเงินเหลืออีกไม่กี่พันบาท ซึ่งพ่อของอังสนา ยื่นเงินให้ผม ผมบอกไม่เอาครับ ให้เอาเงินไปทำบุญให้อังสนาจะดีกว่า ผมยังรู้สึกโทษตัวเองไม่หาย แต่ผู้เฒ่าในหมู่บ้านได้เตือนสติผมว่า “อีอังมันไปสบายแล้ว. ในการตายของอังสนา นั้นมีข้อสงสัยซ่อนอยู่ก็คือ ว่าจุกปิดเส้นเลือดนั้นมันหลุดออกได้อย่างไร พยาบาล และชาวบ้านบางคนบอกว่า อังสนาดึงออกเอง เพราะทนความเจ็บป่วยที่ทรมานมานานไม่ไหว แต่ในตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หากเธอดึงออกจริง ผมก็เป็นหมอที่แย่มาก ที่ไม่ไปเยียวยาความรู้สึกทุกข์ทรมานของคนไข้จนเธอต้องฆ่าตัวตาย แต่อย่างไรก็ตามอังสนาได้คลานมาหาแม่ให้ช่วยพาไปโรงพยาบาล ซึ่งตอนนั้นเอง เป็นเครื่องยืนยันว่าเธอยังไม่อยากตาย แต่สุดท้ายเธอก็ไม่รอดอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามชีวิตผมต้องดำเนินต่อไป ใช่แล้วก้าวต่อไป ผมนายศุภรักษ์ จะต้องเข้มแข็งและสู้ต่อไปเพื่อช่วยคนไข้ให้มากที่สุด ผมขอสาบาน ไปดีเถอะน่ะอังสนา

ฉันทนาที่รัก

คนตายเดินดิน ตอนฉันทนาที่รัก

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

บางครั้งเรื่องราวของคนตาย บอกเล่าอะไรมากมาย มากกว่าเรื่องราวของคนเป็น บางครั้งการตายของคน คนหนึ่งให้แง่คิด และสอนเรามากมาย เรื่องราวพวกนี้ผมตั้งชื่อว่า คนตายเดินดิน เนื่องจากบางครั้งเราเห็นคนไข้บางคน ที่เดินมาหาเรา เราเกิดมีลางสังหรณ์ว่าคนไข้คนนั้น ต้องตาย แม้เราจะพยายามช่วยเหลือคนไข้อย่างไรคนไข้ก็มิอาจรอดตายได้ ผมเองแม้เป็นเพียงเภสัชกรธรรมดาคนหนึ่งที่จะพยายามอย่างเต็มที่แล้วก็ตาม จนบางครั้ง เราก็รู้สึกว่า เราทำเกินหน้าที่หรือไม่ แต่สุดท้ายแล้ว เมื่อคนไข้จะต้องตายลงไป ผมเองก็ไม่สำนึกเสียใจ เพราะผมรู้ตัวดีว่า ผมนั้นสู้เพื่อพวกเขาเต็มที่แล้วนั่นเอง ดังเรื่องของสาวโรงงานคนหนึ่งที่ผมอยากจะเล่าให้ทุกท่านฟัง ในปี พ.ศ.2550 ที่ผ่านมาผมได้ จ่ายยาให้คนไข้ในรายหนึ่ง เธอชื่ออังสนา เธอมีอายุเพียง 28 ปี ผู้หญิงชาวอีสานธรรมดาๆ ผิวคล้ำ รูปร่างสันทัด แต่สิ่งที่น่าตกใจก็คือ การวินิจฉัยโรคของแพทย์ซึ่งก็คือ ESRD ซึ่งคำคำนี้ ในชาวชนบทมันเหมือนถูกพิพากษาว่าให้ต้องตาย ESRD สามารถแปลเป็นไทยได้ว่า ไตวายระยะสุดท้าย โรคโรคนี้ หากเกิดขึ้นกับคนรวย หรือข้าราชการก็คงมีโอกาสรอด แต่หากเกิดขึ้นกับคนจน หรือคนไทยที่ใช้บัตรทองโอกาสรอดตายเกือบเป็นศูนย์ เนื่องจากในตอนนั้นคนไข้บัตรทองแทบจะไม่มีทางใช้สิทธิฟอกไตคนไข้เลย แต่อย่างไรก็ตาม นส.อังสนา อาจมีความหวังเพราะเธอ ไม่ใช่บัตรทอง แต่เป็นบัตรประกันสังคม ผมแอบคิดว่าเธอน่าจะมีหวังบ้างเล็กๆ ก็ยังดี

ในช่วงเช้านั้นเองผมได้หาโอกาสผละจากงานจ่ายยามา ใช้คอมพิวเตอร์ของฝ่ายเพื่อสืบค้นดูว่า คนไข้ถือบัตรประกันสังคม พอจะมีสิทธิฟอกไตได้ไหม ผมเข้า Google เพื่อสืบค้นดูทันที เย้ .....บัตรประกันสังคมใช้ได้ ผมร้องออกมาอย่างดีใจ เธอรอดแล้วพร้อมเล่าเรื่องนี้ให้แทบทุกคนในโรงพยาบาลฟังเหมือนเป็นคนบ้า คนส่วนมากไม่สนใจ มีบ้างบางคนที่สนใจฟัง เจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าบัตรประกันสังคมใช้สิทธิฟอกไตได้ หลายคนบอกเครื่องฟอกไตโรงพยาบาลขอนแก่นคิวยาว คนไข้ไม่รอดหรอก อย่าพยายามเลย แต่ผมไม่ฟังใครทั้งสิ้น ผมตัดสินใจผมจะช่วยชีวิตอังสนาให้ได้ ในบ่ายวันนั้นผมได้เข้าไปเยี่ยมอังสนาที่ตึกผู้ป่วยและได้บอกเธอกับแม่ว่าจะช่วยเต็มที่ทำให้เธอรอดตายให้ได้ ผมเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของอังสนาเล็กน้อย เสียงเธอแหบแห้งแต่แววตายังไร้ชีวิตชีวาเช่นเดิม เธอบอกว่า ขอบคุณหมอ ในวันนั้นจิตใตผมพองโต และมีความมุ่งมั่นที่จะช่วยคนไข้ให้รอดตายให้ได้ ผมกลับไปศึกษาระเบียบการของทางประกันสังคม ว่าจะทำอย่างไรจึงจะพอช่วยคนไข้ได้สำเร็จ และได้ไปปรึกษากับพ่อแม่ผู้ป่วยเพื่อวางแผนจะช่วยชีวิตอังสนาต่อไป


อังสนา เป็นลูกสาวคนโตของครอบครัว มีน้องสาวอีก 2 คน การเรียนจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ทำงานที่โรงงานขอนแก่นแหอวน ป่วยด้วยภาวะไตวายมานานกว่า 1 ปีแล้ว เดือนหนึ่งทำงานได้แค่ 10 กว่าวันเพราะไตวายระยะสุดท้ายไปทำงานไม่ไหวเหนื่อยไม่มีแรง แต่ก็ฝืนไปทำงานเพราะกลัวจะถูกไล่ออกจากงานแม้บางเดือนจะไม่ได้ค่าแรงแม้แต่บาทเดียวเลยก็ตามที จากการพูดคุยกับครอบครัวผู้ป่วยก็พบว่าทางโรงพยาบาลไม่อาจฟอกไตให้ได้เนื่องจากเหตุผลข้อสำคัญก็คือ ต้องผ่าตัดเน้นเลือดก่อน ซึ่งค่าผ่าตัด 5000 บาท สิทธิประกันสังคมไม่อาจใช้ได้ ต้องจ่ายเงินเอง ผมจึงได้ไปพูดคุยกับ คุณหมออภิสิทธิ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลว่าจะช่วยเหลืออย่างไรท่านจึงบอกว่า ให้โรงพยาบาลศรีนครินทร์เรียกเก็บเงินจากโรงพยาบาลอุบลรัตน์ แล้วโรงพยาบาลจะจ่ายเงินให้เอง แต่ความเป็นจริงในระบบราชการไม่ง่ายดายขนาดนั้น การเงินโรงพยาบาลศรีนครินทร์ไม่ยอม ขอเก็บเงินอย่างเดียวผมจึงให้คนไข้ไปยืมเงินจากญาติพี่น้องในหมู่บ้าน โดยผมจะรับผิดชอบเงินยืมทั้งหมดไว้เอง หากครอบครัวนี้ไม่มีเงินจ่ายคืน ทำให้อังสนาสามารถยืมเงินจากเพื่อนบ้านได้ จำนวนหนึ่งซึ่งเพียงพอจะผ่าตัดเส้นเลือดเพื่อฟอกไตได้แล้ว ผมต้องก้าวต่อไปเพื่อยื่นเอกสารให้สำนักงานประกันสังคมเพื่อขอสิทธิการฟอกไต อังสนาต่อไป

อังสนากับแม่จึงได้ย้อนถามผมว่า ทำไมจึงได้ดีกับเธอนัก ผมอึ้งและคิดอยู่นานแล้วตอบไปว่า เนื่องจากเพราะผมพอใจจะทำก็แค่นั้น เพราะถ้าไม่มีใครทำอะไรแล้ว ประเทศชาติจะเป็นเช่นไร แม่ของอังสนาก็พูดว่า ถ้าข้าราชการทุกคนดีอย่างคุณหมอก็ดีน่ะสิ ผมก็ตอบไปว่าข้าราชการดีๆ ยังมีอีกมากเพียงแต่พวกเธอไม่รู้ ก็เท่านั้นเอง ผมได้พยายามบอกและจดรายละเอียดในการนำหลักฐานมายื่นสิทธิการฟอกไต โดยอังสนาต้องไปเอาหลักฐานจากโรงพยาบาลขอนแก่นซึ่งก็คือ ประวัติการรักษา และความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคไต มาขอสิทธิฟอกไตของประกันสังคมแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้มา ผมโมโหมาก คิดคับแค้นใจว่า ทำไมโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นไม่ยอมช่วยเหลือคนไข้ จึงได้ลาป่วยเข้าจังหวัดขอนแก่นเพื่อไปสอบถามที่สำนักงานประกันสังคมจังหวัด เพื่อสอบถามสาเหตุในที่สุดผมก็ได้เข้าใจว่า ทำไม จริงแล้วแพทย์นั้นออกหนังสือรับรองการฟอกไตในอังสนานานแล้วเพียงแต่ขาดหลักฐานบางอย่างมาเกือบปี แล้วก็คือประวัติการรักษาประกันสังคมก็เลยไม่อาจยื่นเรื่องการฟอกไตให้คนไข้ได้ ผมรู้สึกละอายใจพอสมควรที่ไปเข้าใจว่า โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นไม่ยอมช่วยเหลือคนไข้ มีคนพยายามช่วยเพียงแต่ว่าหลักฐานด้านประวัติการรักษาไม่ครบ อังสนาจึงพลาดโอกาสฟอกไตไปนานเกือบปี

Friday, July 24, 2009

แม่ทองดี คนไข้อารมณ์ดี

บ้านทรัพย์สมบูรณ์

พ่อเลา .. โรคตับ

เมื่อความตายเพรียกหา...

ยายทองยอดนักสู้

ถึงแก่และพิการแต่ก็...