Tuesday, December 8, 2009

เรียนรู้จากการตายของพ่อลองภาค1

เรียนรู้จากการตายของพ่อลองภาค1

บางที คนตายสอนอะไรเรามากกว่า คนเป็นเสียอีก

เรียนรู้จากความตายของตาลองภาค 1

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

ผมเองเป็นเภสัชกรคนหนึ่ง ที่มีหน้าที่ดูแลสุขภาพประชาชนในหมู่บ้าน ไม่แตกต่างจากหมออนามัยคนอื่นๆ หมอแต่ละ คน จะดูแลหมู่บ้าน คนละ 1-2 หมู่บ้าน โดยที่เจ้าหน้าที่โรงพยาบาล 1 คน จะดูแล 1 หมู่บ้าน ส่วนหมออนามัย 1 คนจะดูแลมากถึง 2 หมู่บ้าน โครงการนี้ จะอยู่ในโครงการใกล้บ้านใกล้ใจของนายแพทย์อภิสิทธิ ธำรงวรางกูร ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วประเทศนั่นเอง เภสัชกรอย่างผมเลยต้องทำหน้าที่สารพัดอย่าง ไม่แตกต่างจากหมออนามัย ซึ่งได้แก่ การสำรวจข้อมูลหมู่บ้าน การเยี่ยมผู้ป่วย การป้องกันโรคไข้เลือกออก การเยี่ยมหญิงหลังคลอด การล้างแผลผู้ป่วย การคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ฯลฯ

ตาลองก่อนเสียชีวิต 1 เดือน

ตาลองเป็นผู้สูงอายุ ที่ขยันอย่างหาตัวจับยาก แกจะตื่นมาทำงาน ตั้งแต่ตี 4 และทำงานไม่หยุดนิ่ง จนถึง 3 ทุ่มแล้ว จึงเข้านอน ตาลองแกมีลูกมากมาย หลายคน โดยแกมีลูกถึง 12 คน ภรรยาของตาลอง มีชื่อว่า ยายปุ่น ปีนี้ ตาลองบ่นปวดแน่นท้องตลอดเวลา บางครั้งก็บ่นว่าปวดแสบลำไส้ เป็นมาหลายปี ไม่หายสักที ในปี พ.ศ.2552 ตาลองก็มีอายุครับ 81 ปีพอดี ตาลองแก เป็นคนมีรูปร่างสูงผอมเหมือนไม้เสียบผี ปกติตาลองมักไม่อยู่บ้าน เนื่องจากแกจะไปทำงานในที่นาของแก หากมีเวลาว่างตาลอง แกจะไปหาปลา ยิงนก ยิงหนู ตามเรื่อง หรือถ้าตาลองแกอยู่บ้าน แกก็จะไม่อยู่เฉยๆ แกจะทำงานสานข้อง สานตระกร้าไปเรื่อยครับ

สำหรับครอบครัวตาลองนั้น ผมได้มีโอกาสมาข้องเกี่ยว เนื่องจากผมมาเยี่ยมเด็กเกิดใหม่ ซึ่งก็คือหลานสาวตาลองนั่นเอง หลานสาวตาลองเมื่อเกิดมา พบว่ามีปัญหา เนื่องจากแม่คลอดลูกบนรถกระบะ ระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาลการคลอดลูกบนรถ ทำให้ไม่มีใครตัดสายสะดือให้ ทำให้เลือดจากแม่ไหลลงไปหาทารก ทำให้ทารก มีระดับ Hct สูงถึงร้อยละ 80 ทางโรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งต่อทารก ไปที่ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่นเพื่อรักษาตัวนานกว่า 5 วันจึงสามารถกลับบ้านได้

นอกจากนั้น พ่อของทารก(น้องนัท) ที่ชื่อสิน แกชอบดื่มสุราจนเมามายอยู่บ่อยๆ ทำให้บางครั้ง หลายคน ถึงกับเอือมระอา กับคอสุรานายสินคนนี้ มาก แต่เมื่อนายสินได้ลูกสาว ผมจึงได้คุยกับนายสินว่า ควรจะเลิกดื่มสุราเพื่ออนาคตของลูกสาว ซึ่งนายสินก็ตบปากรับคำเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ภรรยาตาลอง ที่มีชื่อว่ายายปุ่น ก็มักมีอาการปวดหัว เวียนหัวบ่อยพอ วัดความดันโลหิต ความดันที่วัดได้ก็มักจะสูง แต่พอยายปุ่นนอนพักไม่นาน ความดันโลหิตก็จะลดลงสู่ภาวะปกติเสมอ

ยายปุ่นภรรยาตาลอง

ในช่วงแรกตาลองมักจะบ่นกับผมเสมอว่า มักปวดแน่นท้องบ่อยๆ ไม่หายเสียที ผมก็เอายา ขับลมให้ตาลองกินอาการก็พอทุเลาแต่ก็ไม่หายเสียที ผมชักสงสัยอยู่ในใจแล้ว ว่าตาลองแกจะเป็นโรคมะ... เพราะตาลองนั้นชอบกินปลาดิบและดื่มสุราอยู่บ่อยๆ มานานแล้ว ลูกหลานตาลองก็ได้พาตาลองไปตรวจกับหมอคลินิกหลายครั้ง แต่หมอไม่ได้บอกตาลองเสียทีว่า ตาลองป่วยเป็นอะไรกันแน่ แต่อย่างไรก็ตามผมคาดว่า ตาลองแกคงเป็นมะเร็งตับหรือท่อน้ำดีแน่นอน ตาลองแกทนกับความสงสัยไม่ไหว เลยไปคลินิกอีกครั้ง เค้นถามกับแพทย์จนได้ ว่าตาลองแกเป็นมะเร็งตับ หมอบอกว่าเป็นเยอะแล้ว อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือนหรอก ตาลองพอแกรู้ว่าตนเองเป้นมะเร็งตับ แกก็ตกใจพอสมควร แต่แกก็รับได้พยายามไป ดูแลตนเองตามที่ผมแนะนำได้แก่ ดื่มน้ำใบหญ้านาง งดหรือลดเนื้อสัตว์ ออกไปนั่งตาดแดดยามเช้า โดยใช้ใบตองกล้วยห่มผิวหนังไว้ นอกจากนี้ ให้ตาลองไปเดินเล่นเท้าเปล่า ที่สนามหญ้าในโรงเรียนศรีสุขทุกวัน ได้ผลครับ เมื่อตาลองทำตามคำแนะนำ อาการปวดท้องก็ลดลงมาก ทานข้าวดี นอนหลับสนิทและหลับลึกมากขึ้น

สำหรับอาการของผู้ป่วยมะเร็งตับนั้นมักมี อาการปวดแน่นท้องนาน ไม่หายเสียที ผู้ป่วยมักจะเบื่ออาหาร บางรายมีอาการดีซ่านและท้องมานเกิดร่วมด้วย ในการรักษาดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายไม่เน้น การวินิจฉัยโรคอย่างละเอียด หรือรักษาความผิดปกติของโรคโดยต้องค้นหาสาเหตุของการเกิดโรคอย่างเป็นขั้น เป็นตอน แต่สำหรับการรักษาผู้ป่วยระยะสุดท้าย เราจะเน้นการรักษาตามอาการเพื่อให้คนไข้ทุกทรมานน้อยที่สุด

ในกรณีของพ่อลองมีอาการปวดแน่นท้อง และนอนไม่หลับ ยาที่ได้ก็จะเป็นยา Simethicone แก้แน่นท้อง Amitriptylline ช่วยให้นอนหลับและแก้ภาวะทางเดินอาหารผิดปกติด้วย ในช่วงที่ตาลองปวดมากๆ จากมะเร็งผมได้สอนตาลองหายใจแบบทำสมาธิ ในรูปแบบยุบหนอพองหนอ สำหรับอาการปวดจะให้ตาลองกินยา พาราเซตามอลทุก 6 ชั่วโมง สลับกับการกินยา ทรามาดอล 50 มิลลิกรัมทุก 8 ชั่วโมง การให้ยาแบบนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้คนไข้ปวดมากๆ แล้วมาขอมอร์ฟีนแก้ปวด แต่เป็นการให้ยาตามช่วงเวลา เพื่อข่มอาการปวดไว้ตลอด ทำให้ตาลองไม่ปวดทรมานมาก โดยตั้งแต่ตาลองป่วยจนเสียชีวิตไม่เคยใช้ยามอร์ฟีนแม้แต่หลอดเดียวเลย ซึ่งต่างจากการให้ยาแก้ปวดแบบเดิม คือเมื่อคนไข้บ่นปวดมากๆ พยาบาลจึงค่อยรายงานแพทย์เพื่อให้มอร์ฟีนต่อไป

การให้ยาแบบนี้ ทำให้คนไข้ต้องทุกข์ทรมานมาก ในช่วงสุดท้ายของตาลอง นั้น ตาลองได้นอนพักอยู่บ้าน ที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นของลูกหลานและญาติพี่น้อง ตาลองแกเองก็ไม่ค่อยอยากจะไปโรงพยาบาลอยู่แล้ว ปกติผมเองจะเข้าไปเยี่ยมตาลอง สัปดาห์ละ 3 ครั้ง เพื่อดูแลเรื่องการใช้ยา อาหาร และสอนการนวดมือ นวดเท้าให้ตาลอง โดยสอนให้ลูกสาวตาลองชื่อป้าบัว นวดจนตาลองรู้สึกสบายจนนอนหลับไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งยานอนหลับทุกวันเหมือนเช่นเดิม นอก จากนี้ ผมยังให้ตาลองท่องคาถาหัวใจธรรมะที่ว่า สิ่งทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้น การท่องบทธรรมแบบนี้ ทำให้ตาลองจิตใจสงบลงมากทีเดียว

ในการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายผู้ที่รับงานหนักก็คือลูกสาวป้าบัวและภรรยา ตาลองชื่อแม่ปุ่น มาคอยดูแลตาลองช่วยกันตลอดวัน ตลอดคืน โดยปกติแม่ปุ่นจะมีปัญหาความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว เมื่อตาลองป่วยหนักยายปุ่นคงเครียดและไม่ค่อยได้นอนเต็มอิ่ม ทำให้ความดันโลหิตขึ้นสูงบ่อยๆ บางครั้งความดันขึ้นถึง 200 มม. ปรอทเลยทีเดียวครับ พอความดันสูงขนาดนี้ ผมก็ได้ให้ อสม.พายายปุ่นไปตรวจกับแพทย์เพื่อรักษาโรคความดันโลหิตสูงอย่างเป้นเรื่อง เป็นราวทันทีครับ

ป้าบัวลูกสาวตาลอง

หมวดหมู่: การบริหารจัดการ การจัดการความรู้
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อ. 24 พ.ย. 2552 @ 17:30 แก้ไข: อ. 24 พ.ย. 2552 @ 21:31

ความเห็น

1.
P
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 18:25
#1694309 [ ลบ ]

สวัสดีครับท่านศุภรักษ์ การเยี่ยมผู้ป่วยระยะสุดท้ายดีที่สุดคือดูแลใจให้สงบ ชอบใจที่ท่านได้แนะนำ

" ผมยังให้ตาลองท่องคาถาหัวใจธรรมะที่ว่า สิ่งทั้งหลาย ทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครหนีพ้น การท่องบทธรรมแบบนี้ ทำให้ตาลองจิตใจสงบลงมากทีเดียว"

งานของพวกเราชาวสาธารณสุขทุกอย่างคือบุญ กุศลแน่แท้ครับท่าน

2.
P
หมอสีอิฐ
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 18:39
#1694328 [ ลบ ]

พี่อภิสิทธิ ธำรงวรางกูร กล่อมเจ้าหน้าที่ โรงพยาบาลอย่างไรครับถึงได้มีความสุขกับการออกชุมชน

3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 18:49
#1694342 [ ลบ ]

ขอบคุณท่าน

P

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

มากครับ ที่มาเยี่ยมชม

เป็นเกาต์ อย่าลืมตรวจสุขภาพทุกปีครับ โดยเฉพาะตรวจไต..

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 18:50
#1694346 [ ลบ ]

เรียน

P

หมอสีอิฐ

คุณ หมออภิสิทธิ เป็นคนสุภาพ ใจเย็น และให้เกียตริผู้อื่นมากๆครับ

5.
P
นาง...มณีวรรณ
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 20:31
#1694536 [ ลบ ]

เห็นการดูแลผู้ป่วยอย่างนี้ รู้สึกดี และขอชื่นชม

เป็นการดูแลด้วยใจจริงๆ

ได้ความรู้ใหม่

"ออกไปนั่งตากแดดยามเช้า โดยใช้ใบตองกล้วยห่มผิวหนังไว้"

นอกจากไม่ร้อนผิวแล้วมีผลดีอะไรอีกคะ

6.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 21:19
#1694674 [ ลบ ]

เป็นแนวคิด ของแพทย์ทางเลือกครับ

การอาบแดด จะเพิ่มพลังชีวิตและความอบอุ่นให้คนไข้

การใช้สีเขียวกรองแสงจะทำให้คนไข้ ได้รับแสงในคลื่นที่มีประโยชน์สูง

7.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 21:28
#1694701 [ ลบ ]

ขอบคุณ คุณ

P

นาง...มณีวรรณ

ที่มาเยี่ยมชมมากครับ

8.
P
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 23:01
#1694974 [ ลบ ]

มาเยี่ยมเป็นกำลังใจครับ สนับสนุนการดูแลผู้ป่วยด้วยใจครับ

9.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 24 พ.ย. 2552 @ 23:47
#1695037 [ ลบ ]

ขอบคุณ อาจารย์

P

ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์

มากครับ ที่ให้กำลังใจ

อนาคต ถ้า ผม โชคดี อาจได้ทำงาน สอนคน เหมือนอาจารย์ ก็เป็นได้ครับ

10.
P
โรจน์
เมื่อ พ. 25 พ.ย. 2552 @ 00:55
#1695096 [ ลบ ]

งดงามครบทุกมิติครับ....เป็นกำลังใจให้นะครับ

รพ.อุบลรัตน์โชคดีเหลือเกินที่มีบุคคลากรที่ทุ่มเทเสียสละอย่างนี้

ผม ไม่แน่ใจว่าผู้ป่วยรายนี้ปวดท้องมากจากอะไร บางครั้งถามดี ๆ อาการที่เป็นส่วนหนึ่งอาจเป็น pressure symptom จาก ascites บังเอิญไม่เห็น case เอง แต่ดีใจนะครับที่เห็นเรื่องราวนี้

อยากเห็นตัวจริงจังเลยครับ

11.
P
โรจน์
เมื่อ พ. 25 พ.ย. 2552 @ 01:08
#1695102 [ ลบ ]

ตัวจริงหมายถึงตัวพี่นะครับ

12.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พ. 25 พ.ย. 2552 @ 11:55
#1695721 [ ลบ ]

เรียนคุณ หมอ โรจน์ ไม่รู้ว่า

P

โรจน์

จนท.ที่ รพ.อุบลรัตน์จะคิดว่า โชคดีหรือโชคร้าย น่ะครับ 555

แต่ถ้าเป้น คนไข้ หรือชาวบ้าน มักชอบ ผมกันทั้งนั้น เรียกว่า popular

โดยเฉพาะคนไข้ สูงอายุทั้งหลาย 555

ผมเอง ก็ เป็น เภสัชกรอ้วนๆ คนนึงคน

เป็นเภสัชชายขอบ ที่อาภัพ ดีๆ นี่เองครับ และกวนโอ๊ยด้วย

13.
P
โรจน์
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 05:50
#1697384 [ ลบ ]

ดูรูปพี่ก็พอจะนึกออก :) ผมเชื่อว่าสิ่งที่พี่ทำมาจากใจไม่ต้องให้ใครสั่ง

ผมพูดในทางตรงกันข้า ถ้าเขาห้ามพี่เยี่ยมบ้าน...พี่จะเชื่อเขาไหม....ถ้าพี่ไม่พอใจเขา...ย้ายมาอยู่กับผมได้นะครับ....ดูดกันเห็นๆ

ปล.ผมพูดจริง

14.
P
โรจน์
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 05:53
#1697387 [ ลบ ]

แต่จะกลายเป็นย้ายจากขอบประเทศหนึ่งไปอีกขอบหนึ่งหรือเปล่า (ติดพม่าเลยนะเนี้ย)

15.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 06:07
#1697397 [ ลบ ]

เรียน

คุณหมอ

P

โรจน์

อยู่ที่อุบลรัตน์ลำบากมากครับ บรรยากาศแบบว่า...


หากไม่มีหัวหน้าเป็น คนดี จ้างให้ผมก็ไม่อยู่ หัวหน้าบางคน


บอกทำเภสัชกร ต้องไปวุ่นวายเรื่องเบาหวานด้วย อ้าว


ก็ จ.ขอนแก่น มีอัตราการตาย โรคเบาหวานสูงสุด ในไทย


คุณไม่รู้เหรอ และที่สำคัญ


อยู่ มา 10 ปี ไม่มีใครทำอะไร ผมจึงทำ all in project


สงสารคนไข้จริงๆครับ

ปล.หากเป็นเมื่อก่อน สมัยโสด ๆ ผมคงไปแม่สอดแล้วครับ

ปัจจุบันกำลังรักษาโรคทรัพย์จาง


ด้วยการสร้างเวบไซด์และปลูกมะนาวครับ


16.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 06:13
#1697402 [ ลบ ]

ความจริงโครงการใกล้บบ้านใกล้ผมเป็นคนคิด

ส่งของบ สปสช. ไปที่ คณะพยาบาล มข.แต่ไม่ได้

ได้งบแต่พยาบาล 555

ชื่อโครงการเดิม 1 หมอ 1หมู่บ้าน ผอ.เอามาปัดฝุ่น ทำทั้งอำเภอ

ขอ สปสช.ผ่าน สสจ. คราวนี้ งบผ่าน

ปล.โครงการแบบนี้ รพ.น้ำพองทำมานานแล้วครับ เพียงแต่ผม ออกเยี่ยมบ้าน

ตั้งแต่ ปี 2539 โน่นแล้วก็เลย เชี่ยว... แต่แรกๆ ไป ก็ช่วยอะไรชาวบ้านไม่ได้หรอกครับ

แค่ไปเยี่ยม พอปี 2547. จึงเริ่มคิดออกว่า

ทำอย่างไร 1 คนไข้จะรอดชีวิต

2 คนไข้จะมีคุรภาพชีวิตที่ดี

คำถามสำคัญกว่าคำตอบครับ

เพราะถ้าคำถามห่วย คำตอบก็หมดความหมาย

17.
P
โรจน์
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 06:43
#1697428 [ ลบ ]

ให้กำลังใจคนทำงาน...ผมก็ลำบากเช่นกัน แต่ผมถือว่าทำงานแทนคุณแผ่นดิน...ประเทศไทยจะอยู่ได้ต้องมีคนเสียสละ...ถ้า จะไปหวังพึ่งคนในกระทรวง ผมเชื่อว่าชาติหน้าประเทศไทยก็ยังอยู่แค่นี้...และถ้าคนดีท้อ...เราจะเห็น กันในชาตินี้ว่าประเทศไทยคงล่มสลาย

ยินดีที่รู้จักครับ ปล. ผมก็ ป๋าหมาก เหมือนกัน

18.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ พฤ. 26 พ.ย. 2552 @ 12:05
#1697868 [ ลบ ]

ครับ เห็นด้วยกะหมอโรจน์ คนดีต้องไม่ท้อครับ

ช่วยผมที ...ดูแลคนไข้ NS+DM ไม่หมูอย่างที่คิด

ช่วยผมที ...ดูแลคนไข้ NS+DM ไม่หมูอย่างที่คิด

ต้องสู้ ...เพื่ออะไรบางสิ่ง

การดูแลคนไข้NS ไม่หมูอย่างที่คิด

นายสด คนไข้ผู้อาภัพ

ช่วยผมที ...ดูแลคนไข้ NS+DM ไม่หมูอย่างที่คิด

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม1

ผมเองได้มีโอกาส พบเจอคนไข้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมาก อยู่หลายครั้งพบว่าคนไข้ ที่เป็นโรค Nephrotic syndrome บางรายจะมีอาการรุนแรงโดยเฉพาะคนไข้เบาหวาน มักจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากเสมอ หากมีภาวะ Nephrotic syndrome คนไข้รายหลายจะมีภาวะไตวายร่วมด้วย โดยคนไข้โรคนี้ ส่วนมากจะมีอาการบวมน้ำ บวมหน้า บวมเท้าอยู่เสมอ

นอกจากนี้ คนไข้ ยังมีการทำงานของไตที่เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว หลายรายมีภาวะไตวายเรื้อรัง ทำให้จำเป็นต้องจำกัดน้ำ และเกลือโซเดียมมิฉะนั้น อาจทำให้คนไข้มีภาวะบวมน้ำได้นั่นเอง นอกจากนี้ คนไข้ยังมีภาวะความดันโลหิตสูงอีกด้วย รวมทั้งอาจจะมี โปรตีนรั่วในปัสสาวะ ปกติผู้ป่วย ภาวะ Nephrotic syndrome แพทย์มักจะสั่งยา prednisolone ในขนาดสูง หลายครั้งจำเป็น ต้องเพิ่มขนาดอินซูลิน เนื่องจากเกิดภาวะ hyperglycemia

นายสด คนไข้เบาหวาน ไตวาย และ Nephrotic syndrome ดูจากประวัติแล้วมี Cr=3.36 และ มีความดันค่อนข้างสูง คือ SBP=160-170 mmHg นอกจากนี้ ยังมีปัญหา Severe hyperglycemia มี FBS ประมาณ 300-500 mg/dLแพทย์ส่งตัวไปที่ โรงพยาบาลขอนแก่น ผมเลยคิดว่า คนไข้รายนี้ เป็น high risk patient นายสด อยู่บ้านโนนอินทร์แปลง เมื่อผมได้ไปตามหาแกอยู่ที่บ้าน ก็พบว่าคนไข้ ยาจากโรงพยาบาลขอนแก่น มามากมายไม่ว่าจะเป็น ยารักษาหัวใจล้มเหลว ยารักษาไวรัสตับอักเสบ ยารักษาภาวะไตเสื่อม ยาเบาหวาน แต่แปลกที่นายสด ไม่ได้ยา prednisolone เพื่อรักษา Nephrotic syndrome และได้แต่ยาลดความดันโลหิตที่ออกฤทธิสั้น

จากการประเมินผู้ป่วยผมพบว่า คนไข้หน้าบวม ตีนบวมชัดเจน ยาขับปัสสาวะที่เคยได้ก็ไม่ได้ ผมจึงไม่แน่ใจว่าโรงพยาบาลขอนแก่นจะรู้ว่าคนไข้เป็น Nephrotic syndrome หรือไม่ เพราะให้ยาเหมือนๆ กับคนไข้เป็น หัวใจล้มเหลว วัดความดันโลหิตคนไข้พบว่า BP=220/110 PR=80 วัดซ้ำก็ได้เหมือนเดิม ส่วน DTX=102 mg/dL ผมจึงบอกให้คนไข้ไปนอนโรงพยาบาลทันที คนไข้บอกว่า ไปไม่ได้ เพราะไม่มีใครอยู่กับหลานสองคน ผมมองดูก็ว่าน่าจะจริง ถ้าเป็นผมก็คงห่วงหลานไม่กล้าทิ้งหลานไว้ที่บ้านตามลำพังเช่นกันครับ

ผมจึงได้จัดยาของพ่อสด เป็นแบบยา DOT รวมทั้งเอายาของ รพ.อุบลรัตน์ ที่ใช้กับแกมาจัดเข้าชุดกัน กับยาโรงพยาบาลขอนแก่นแบ่งเป็น ยา 4 มื้อ หลังจากนั้นทุกวัน ผมต้องมาตามดูแกทุกวัน พอเข้าวันที่ 4 ความดันโลหิตของพ่อสดก็ลดเหลือ BP=150/84 PR=77 ซึ่งเป็นค่าที่ผมพอใจ แต่อย่างไรก็ตาม พ่อสดก็ยังมีอาการบวมอยู่นั่นเอง ต่อมาเมื่อยาหมดพ่อสดจึงไปโรงพยาบาล แพทย์ให้นอนโรงพยาบาลเพื่อติดตามอาการเราพบว่า Cr=6.51 mg/dL ไปเสียแล้วครับ โอไตพังลงไปอีก ผมจะทำไงดีเนี่ย...

ใครก็ได้ช่วยผมที โปรดติดตามตอนต่อไป...

1เป็นเภสัชกร รพ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ทำงานมานานกว่า 14 ตั้งแต่ปี 2538 โน่นเลยครับ frxbaby@gmail.com

หมวดหมู่: การศึกษา การเรียนการสอน
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: ศ. 27 พ.ย. 2552 @ 12:50 แก้ไข: ส. 28 พ.ย. 2552 @ 14:41

ความเห็น

1.
P
ขจิต ฝอยทอง
เมื่อ ศ. 27 พ.ย. 2552 @ 12:59
#1699943 [ ลบ ]
  • งานๆม่ง่ายเลยนะครับ
  • รอผู้รู้มาบอกดีกว่า
  • เผื่อจะได้เรียนรู้ด้วย
  • ได้รับเมล์หรือยังครับ
2.
P
JJ
เมื่อ ศ. 27 พ.ย. 2552 @ 13:04
#1699950 [ ลบ ]

ตามมาเรียนรู้ครับ

3.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 27 พ.ย. 2552 @ 17:16
#1700444 [ ลบ ]

ขอบคุณ ท่าน

P

JJ ที่มาหใ้กำลังใจเสมอครับ

4.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ศ. 27 พ.ย. 2552 @ 17:17
#1700447 [ ลบ ]

อาจารย์

P

ขจิต ฝอยทอง ผมไม่ได้เมลล์ครับ

5.
P
โรจน์
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 09:03
#1701658 [ ลบ ]

สวัสดีครับพี่สุภรักษ์....พี่มีชื่อเล่นไหม (พี่เอก?) ผมอ่าน case นี้แล้วถ้าเป็นผม....จะ review ว่า

1.ตอนนี้เป็น active renal failure ที่ Rx แล้วหายหรือไม่ ...เพราะถ้ากลายเป็น chronic ไปแล้วเราคงหมดหวัง จริง ๆ ถ้า cause คือ NS แล้วไม่ response ต่อ pred ใน 6 เดือน ต้องดูว่าจากอะไร ...connective tissue disease หรือเปล่า อันนี้ผมว่าปรึษา ผอ.ด่วนครับ......ถ้าผมเป็นหมอที่นั่น ผมจะโทรไปคุยกับ nephrologist เพื่อขอ second opinion....ในบางรายได้ ได้ pulse methyl pred หรือ cyclophosphamide ตอบสนองดี (ไม่ทราบว่าอุบลรัตน์มีหมอ med เขาน่าจะช่วยได้)

2. มุมเรื่องการดูแลหลาน...ลองคุยกับลูกๆ นิดนึง่วา ถ้ารู้เหตุผลข้อแรกที่ผมให้ดีพอ ที่จะทำให้เปลี่ยนการตัดสินใจไหม...ให้ autonomy กับครอบครัว

3.อันนีเกินบทบาทเภสัช แต่ ไม่เกินบทบาทเพื่อนมนุษย์....ถ้าคนคนนี้เปรียบเสมือนเป็นญาติเรา

ให้กำลังใจครับ....ถ้าให้ดีใช้ทีมให้ประโยชน์

6.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 14:50
#1702221 [ ลบ ]

ไตวายแย่ลงอาจเกิดจาก

  1. รพ.ขอนแก่น off ยา prednisolone นานเป็นเดือน ทำให้ตีนบวมชัดเจน
  2. ความดันตัวบนสูง คุมไม่ได้ เกิน 180 มม.ปรอท
  3. คนไข้แบบนี้ ที่อุบลรัตน์ ตายไป 2 รายแล้ว ปี 51
  4. คนไข้คนนี้ ตอบสนองต่อยา prednisolone หรือไม่
  5. คนไข้ไม่อยากไป รพ.ขอนแก่น เนื่องจากเปลืองเงิน และไม่พอใจบริการ
  6. ปกติ พอใช้ prednisolobe FBS มักสูงเกิน 300 ตลอด
7.
P
โรจน์
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 16:15
#1702457 [ ลบ ]

case นี้เป็น case ยาก เพระติดล๊อคทั้งเชิงวิชาการและ psychosocial

รู้สึกว่าตอนนี้อยู่ รพ. ใช่ไหมพี่...เห็นว่า BP เริ่มไม่สูงมาก

ดู แล้วที่เร่งด่วนที่มาด้วยกันคือ ARF ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อาจต้อง dialysis ก่อนถ้า rising Cr หรือมีข้อบ่งชี้อื่น เช่น hyperkalemia

โดย ธรรมชาติ DM ใน CRF มักคุมไม่ยาก เพราะ insulin ที่ถูกทำลายที่ไต น้อยลง ถ้าไม่มีปัจจัยเรื่องยามาเกี่ยว แต่รายนี้น่าจะเป็น steroid induced hyperglycemia ฉีด RI เป็น dose ๆ ไป

8.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 21:04
#1703109 [ ลบ ]

วันนี้ คนไข้ hypoglycemia DTX=17 mg/dL

ผมเจอคนไข้ก็ทุ่มกว่าแล้ว คนไข้อยู่กับหลาน ภรรยาไปเกี่ยวข้าว

เห็นว่า ไม่ค่อยได้กินอะไรทั้งวัน เบื่ออาหาร เมื่อคืน DTX=336 mg/dL อยู่เลย

ไม่รู้ตัว แต่ BP 120/80 PR=88 สุดท้าย หมอ refer ใส่ tube ไม่รู้รอดไหม ทำใจครับ

9.
P
โรจน์
เมื่อ ส. 28 พ.ย. 2552 @ 23:29
#1703464 [ ลบ ]

ทำดีที่สุดแล้วครับ

10.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อา. 29 พ.ย. 2552 @ 08:23
#1703708 [ ลบ ]

คุณหมอโรจน์ เมลล์หาผมเลยครับ ที่ frxbaby@gmail.com

อ้อนายสด ไม่โคม่าแล้ว ออกจาก ICU แล้ว

แต่อาการยังน่าห่วงครับ

11.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 21:14
#1709155 [ ลบ ]

พบว่า เมื่อทบทวน

CPG of NS

การรักษา การดูแลผมพลาดไปหลายจุดครับ

ก่อนถึง งานศพของตาลอง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

ก่อนถึง งานศพของตาลอง ผู้ป่วยระยะสุดท้าย

สิ่งทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น

ก่อนถึง งานศพตาลอง...แห่งบ้านศรีสุข

ภก.ศุภรักษ์ ศุภเอม

ตาลองผู้ป่วยมะเร็งตับ ที่ผมได้มีโอกาสดูแลแกเกือบ 2 ปี ได้มาถึงระยะสุดท้ายของชีวิตแล้ว ในช่วงนี้ตาลองเอาแต่นอนหลับ บางครั้งบ่นเหนื่อยไม่มีแรง กล้ามเนื้อขาแข็งเกร็งเดินไม่ไหวแล้ว ทางโรงพยาบาลใส่สายสวนปัสสาวะให้ เพราะตาลองแกปัสสาวะไม่ออกแต่อย่างไรก็ตามตาลองมักบ่นเสมอๆว่าเจ็บหำ หำบวม ผมเองได้คุยกับตาลองเรื่องศาสนาพุทธมากขึ้น เรื่องของการบรรลุธรรม เรื่องของหัวใจศาสนา การปล่อยวาง จิตว่าง ความไม่ยึดมั่นถือมั่น น่าเสียดายที่ก่อนตาลองจะป่วยหนัก ผมน่าจะสนทนาธรรม กับตาลองบ่อยกว่านี้ ตาลองคงไม่ต้องทุรนนทุรายกับอาการไม่อยากตาย อยู่หลายเดือนเหมือนกัน

เมื่อถึงเดือนสุดท้ายก่อนตายตาลองก็ดูเหมือนว่า ทำใจได้แล้ว เนื่องจาก การท่องคาถาในการทำสมาธิด้วยการตามดูลมหายใจ พร้อมทั้งบริกรรมคาถาว่า เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเรื่องธรรมดา ไม่มีใครล่วงพ้น ความตายไปได้ และสุดท้าย คาถาเด็ด สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่น ถือมั่น เนื่องจากการยึดมั่น ทำให้เกิดทุกข์ หาก เลิกยึดมั่น ถือมั่น เลิกตัวกู ของกูเมื่อลด ล่ะ เลิกอัตตาแล้ว หัวใจก็ไร้ทุกข์ จึงได้พบกับความสุขสงบศานติตลอดไป เมื่อตาลองสงบใจได้แล้ว พ่อแกก็ลดความเจ็บปวด ไม่มีความทุกข์จากการกลัวตาย เลิกกังวลกับสิ่งที่มาไม่ถึง ยาแก้ปวดตอนนี้ตาลองแทบไม่ได้กินแล้ว จะมีบ้างก็ขอยาแก้เบื่ออาหารและยาระบายเท่านั้นเอง

ลูกหลานและญาติพี่น้องบางส่วนก็ได้ทยอยมาเยี่ยม มาดูใจตาลองกันแทบทุกวัน แม้แต่เพื่อนบ้านก็มาตาลองไม่ได้ขาด ตาลองเองก็มีลูกมากถึง 12 คนเลยทีเดียว มีลูกสาวคนหนึ่งอยู่ถึงเยอรมันเลยทีเดียว ลูกสาวป้าบัว และภรรยาตาลองคือ ยายปุ่นก็ได้เรียนรู้ธรรมะไปด้วย แค่ประโยคสามประโยค ในหัวใจแห่งธรรมที่เรา ได้เรียนรู้ร่วมกันได้แก่

  1. สิ่งทั้งหลายทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น หากไปหลงยึดมั่น ถือมั่นก็จะเป็นทุกข์

  2. พระพุทธองค์ สอนเพียงเรื่องเดียวคือเรื่อง ทางแห่งการดับทุกข์เท่านั้น

  3. ความ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ล้วนเป็นเป็นเรื่องธรรมดา หนีไม่พ้น หากจิตใจเราไปยึดมั่นถือมั่น ก็จะเกิดความทุกข์ขึ้นมาได้

บ้านที่ตาลองมีเป็นบ้านหลังใหญ่ ที่ลูกสาวที่อยู่เยอรมันสร้างให้ มีห้องน้ำสวยโครงสร้างทำจากเหล็กหนา สีอิฐดูสวยงามแปลกตา เห็นว่าลงทุนหมดเงินไป สามล้านกว่าบาทผมเคยแย้งว่า สร้างแพงขนาดนี้ น่าจะเอาไปซื้อที่ดินดีกว่า แต่อย่างไรก็ตามเมื่อตาลองเริ่มป่วย ตาลองได้เริ่มสร้างบ้านของตนเองอีกครั้ง รวมไม้เก่าๆ ที่มีอยู่มาสร้างบ้านใต้ถุนสูงแบบอีสาน ด้วยตนเองตาลองแกบอกว่า บ้านนั้นไม่ใช่บ้านกูไม่ใช่แบบบ้านที่กูชอบ ทำ ให้ข้าพเจ้า อดคิดไม่ได้ว่าบ้านแบบอีสาน ที่ประชาชนหลายคนดูถูก หันไปสร้างบ้านสมัยใหม่ตามคนเมืองนั้น คนเฒ่าคนแก่เขาจะเห็นว่าสวยด้วยหรือไม่ ก็ไม่แน่ เนื่องจากผู้สูงอายุที่เคยชินกับวิถีชีวิตชนบทอีสาน อาจไม่เห็นว่าบ้านสมัยใหม่แบบคนเมือง จะสวยหรือวิเศษวิโสอะไร แต่อย่างไรก็ตามสื่อทางโทรศัพท์ได้เข้า มากล่อมเกลานิยามความสวยงามของแบบบ้าน ให้กับคนอีสานยุคใหม่ผ่านสื่อโทรทัศน์ไปเสียแล้ว

ในส่วนของการดูแลทางการแพทย์ของตาลองผมสรุปได้ดังนี้

  1. ให้ยาตามอาการได้แก่ ยาแก้ปวด ยานอนหลับ ยาแก้เบื่ออาหาร ยาแก้แน่นท้อง และยาระบาย ยาสวนทวาร

  2. แนะนำให้นวดมือ นวดเท้า และไหล่ เพื่อคลายเครียด และลดความปวด ซึ่งพ่อลองชอบมาก

  3. ให้ลูกหลาน มาคุย มาขอบคุณ มาขอ อโหสิกรรม กับตาลอง ในเรื่องราวที่ผ่านมา เพื่อให้ตาลองได้หมดห่วง

  4. ให้ตาลองได้สั่งเสียเรื่อง การติดสุราของลูกชาย การแบ่งปันที่นา และการจัดงานศพ

ให้ในที่สุดพ่อลองก็ได้ จากไปอย่างสงบช่วงสาย ของวันจันทร์วันหนึ่งในเดือนตุลาคม 2552

หมวดหมู่: การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย
สัญญาอนุญาต: ซีซี: แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน Cc-by-nc-sa
สร้าง: อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 08:41 แก้ไข: อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 14:39

ความเห็น

1.
P
วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 20:21
#1709013 [ ลบ ]

ทำให้ข้าพเจ้า อดคิดไม่ได้ว่าบ้านแบบอีสาน ที่ประชาชนหลายคนดูถูก หันไปสร้างบ้านสมัยใหม่ตามคนเมืองนั้น คนเฒ่าคนแก่เขาจะเห็นว่าสวยด้วยหรือไม่ ก็ไม่แน่ เนื่องจากผู้สูงอายุที่เคยชินกับวิถีชีวิตชนบทอีสาน อาจไม่เห็นว่าบ้านสมัยใหม่แบบคนเมือง จะสวยหรือวิเศษวิโสอะไร

สวัสดีครับท่านศุภรักษ์ เภสัช พันธ์หายาก(ผมขอใช้คำนี้ เพราะเป็นเภสัชพันธ์หายากจริงๆ)

ภูมิปัญญา การสร้างบ้านคนโบราณถือกันมาก ที่ภาคใต้ก็เหมือนกัน บ้านอยู่ริมทะเล บ้านแบบโบราณ ลมพัดสบายตลอดวัน ไม่ต้องใช้แอร์ และพัดลม แต่เพราะความสวยงามทันสมัย น้ำท่วมแต่ปียกของหนีน้ำกันไม่หวาดไหว ก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน

และเข้าเรื่องตาลอง ใช้ธรรมะเป็นยาบำบัดเพื่อให้ใจสงบแล้วกายไม่ทุรน ในขั้นสุดท้ายของชีวิต

ทาง อิสลามก็เช่นกันครับ บางคนมาบอกผมให้บอกหมอไม่ต้องใส่ท่อ ไม่ต้องปั้มหัวใจ ขอเพียงให้เขาได้เข้าบอกคำกล่าวปฎิญาณถึงพระเจ้าไกล้ๆหูของผู้ไกล้ตายเป็น สิ่งที่ประเสริฐสุดแล้วครับ

2.
P
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 21:00
#1709128 [ ลบ ]

ดีครับ สวัสดีครับ

P

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--

ต้นปี ผมมีโอกาส ไป จัดกิจกรรม

ให้ นศ.พยาบาล จาก สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

ที่มาเรียนพยาบาล ที่โคราช

พบว่า คนอิสลาม ไม่น่ากลัว แต่น่ารักมากครับ

3.
P
ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
เมื่อ อ. 01 ธ.ค. 2552 @ 23:08
#1709473 [ ลบ ]
  • ไม่มีใครแก่เกินเรียน..การเรียนรู้ของคนเรา ทำได้จนวาระสุดท้ายจริงๆ
  • ขอบคุณประสบการณ์ที่ควรเรียนรู้ และขอบคุณที่ไปเยี่ยมเยียน พร้อมร่วมแสดงความเห็นครับ
4.
P
นาย สามารถ เศรษฐวิทยา
เมื่อ พ. 02 ธ.ค. 2552 @ 23:06
#1711596 [ ลบ ]

พอดีงานเยอะครับ ไม่ได้แวะมาทักทายบ่อยๆต้องขอโทษด้วยครับ เมื่อมีการจัดฝึกอบรมใหญ่จะแจ้งให้ทราบครับ เรื่องค่าฝึกอบรมไม่ต้องพูดถึงครับ คนรวยต้องเสียมากเป็นธรรมดาครับ 555555555555555555555555555555555555555555